ดูซีรีส์ ปี 2018 หมายถึง ละครโทรทัศน์หรือซีรีส์ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) ทั้งในระบบทีวีแบบดั้งเดิมหรือสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม (เช่น Netflix, Viu, WeTV ฯลฯ) โดยอาจเป็นซีรีส์จากประเทศต่างๆ เช่น ไทย เกาหลี อเมริกา จีน ฯลฯ
[read more]
ปีผลิต vs ปีออกอากาศ
บางซีรีส์อาจถ่ายทำในปี 2017 แต่ออกอากาศปี 2018 ก็จัดเป็น “ซีรีส์ปี 2018”
เช่น The Haunting of Hill House ถ่ายทำในปี 2017–2018 แต่เปิดตัวครั้งแรกบน Netflix ในเดือนตุลาคม 2018 จึงนับเป็นซีรีส์ปี 2018
ซีรีส์ต่อเนื่อง (หลายซีซัน)
หากซีซันแรกออกอากาศในปี 2018 ก็ถือเป็น “ซีรีส์ปี 2018” แม้ซีซันหลังๆ จะออกในปีถัดไป
ตัวอย่าง: Killing Eve (ซีซัน 1 ออกปี 2018)
รูปแบบการเผยแพร่
รวมทั้งซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ (เช่น ช่อง 3, tvN, HBO) และสตรีมมิ่ง (Netflix, Disney+)

The Good Witch สลับหัวใจยัยแม่มด เล่าเรื่องราวของ ชาซอนฮี แม่บ้านสาวธรรมดาๆ ที่แต่งงานอยู่กินกับ บงชอนแท สามีที่ตกงานและไม่มีอะไรทำเป็นหลักแหล่งอยู่ในตอนนี้ โดยที่เธอเองก็มีพี่น้องฝาแฝด นั่นก็คือ ชาโดฮี ที่ทำงานเป็นแอร์โฮสเตสสายบินแห่งหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นแฝดกันแต่ต่างคนต่างมีบุคลิกที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ชาโดฮี ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไม่คาดคิด ทำให้ ชาซอนฮี ที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะๆ ต้องมารับบทบาทสวมรอยเป็นโดฮี ต้องใช้ชีวิตเป็นแอร์โฮสเตสและทำทุกอย่างน้องสาวของเธอทำ และได้พบเจอกับผู้ช่วยนักบิน ซงอูจิน การสลับตัวสุดวุ่นวายชุลมุนของพวกเธอครั้งนี้กำลังจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด
The Good Witch นับว่าเป็นผลงานการแสดงละครในรอบ 4 ปีของ อีดาแฮ และยังเป็นละครเรื่องล่าสุดของเธอจนถึงปัจจุบัน ที่ค่อยๆ เฟสตัวออกจากวงการซีรีส์เกาหลีไปทำธุรกิจส่วนตัวและมีผลงานควบคู่กับวงการบันเทิงที่เมืองจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ซีรีส์เรื่องนี้เป็นฝีมือการกำกับของ “โอเซคัง” ผู้กำกับที่ดังเปรี้ยงมาจากซีรีส์น้ำเน่า Temptation of Wife อันเลื่องชื่อ
แม้ว่าซีรีส์ The Good Witch จะไม่ได้โกยเรตติ้งเปรี้ยงปังได้เท่ากับซีรีส์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบเรื่องอื่นๆ แต่ก็เต็มไปด้วยเนื้อหาความสนุกและชวนติดตาม เป็นละครที่ดูง่ายและย่อยง่าย อีกทั้งยังมีนักแสดงมากมายที่ร่วมสมทบ ไม่ว่าจะเป็น “รยูซูยอง”, “แบซูบิน”, “อันอูยอน”, “ฮเยจอง” หรือ “อันซอลบิน” เป็นต้น

ละครเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นอเมริกานั้น ณ ปัจจุบันไปถึงซีซั่นที่ 7 โดยออกอากาศครั้งแรกในปี 2011 ทางช่อง USA และยังได้รับการตอบรับในระดับที่ถือว่าโอเคอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเนื้อเรื่องในเวอร์ชั่นเกาหลีโครงเรื่องค่อนข้างไม่เปลี่ยนแปลง ใจความสำคัญยังอยู่ครบถ้วน แต่การปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมและธรรมชาติของประเทศเกาหลีใต้ก็ทำให้โทนภาพและอารมณ์ของละครค่อนข้างมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร การดำเนินเรื่อง, ดนตรีประกอบ, ภาพแสงสีเสียง รวมถึง เสื้อผ้าหน้าผม เมื่อมองจากภาพรวมจะได้กลิ่นอายของความโมเดิร์นกับความทันสมัยผสมมากอยู่ในระดับหนึ่งเลย
แต่ด้วยรายละเอียดของตัวบทกฎหมายที่ค่อนข้างเยอะและยาว ถ้าไม่ใช่แฟนคลับที่เป็นคอละครแนวนี้แล้วล่ะก็ มีความเป็นไปได้ของการที่จะ “เท” หรือเลิกดูกลางคันสูงอยู่เลยทีเดียว ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ถ้าทำให้แต่ละคดีกระชับเข้าใจง่ายมากกว่านี้แต่ต้องไม่ตกหล่นรายละเอียดเหมือนเดิม จะได้ใจแฟนคลับกลุ่มใหญ่มากขึ้นกว่านี้แน่นอน แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดของเรื่องนี้คือเหล่าประโยคสวยๆและคำคมเด็ดๆที่ประดับประดาเต็มไปหมด จุดนี้เป็นองค์ประกอบเล็กๆที่ทำให้ละครเรื่องนี้ดูดีมากขึ้นไปอีกได้เป็นอย่างดี
ฝีมือการแสดงของ จางดองกอน ขอบอกไว้เลยว่ายังไม่มีที่ติเหมือนเดิมด้วยประสบการณ์อันยาวนานในสายอาชีพนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมากมาย สำหรับ พัคฮยองชิก ที่ได้ใจแฟนคลับล้นหลามจากความน่ารักในซีรีส์สดใสเรื่อง “Strong Woman Do Bong Soon” ที่มาครั้งนี้ท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการรับบทในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ฝีมือออกมาดีในระดับที่ดีขึ้นกว่าเรื่องก่อนๆ ความเห็นส่วนตัวติดตรงที่ยังดูเป็นการแสดงมากไปนิดแต่ก็เป็นการแสดงที่ทำได้ดี และหากได้รับโอกาสในงานด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนการแสดงแบบสมจริงได้มากขึ้นกว่านี้ ก็ยังมีช่องว่างให้สามารถพัฒนาต่อได้อีกไกลแน่นอน

ต่างจากซีรีส์ซิทคอมทั่วไป มันเป็นซิทคอมที่ไร้เสียงหัวเราะแทรก (laugh track)
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ความหมายของชีวิตและความตาย มิตรภาพ ความหวัง ความขื่น ทั้งหมดฉายผ่านมิตรภาพของชายชราสองคน
บทหนังสดใหม่ เรียบ ง่าย คมคาย ขำ การแสดงของชายชราทั้งสอง ไมเคิล ดักลาส และ อลัน อาร์กิน ถือเป็นจุดสุดยอดของหนังชุดนี้ สูงสุดคืนสู่สามัญ
ดูหนังแล้วทำให้คิดถึงละครไทยอย่างช่วยไม่ได้ ผมจำไม่ได้เลยว่าเราเคยมีละครเรื่องไหนที่นักแสดงวัย 70 กว่าเป็นตัวเอก
นี่บอกว่า ทุกอย่างอยู่ที่บทจริงๆ ถ้าบทดี คนดูไม่สนใจว่านักแสดงแก่หรือเปล่า เพราะบทดีเรื่องดีดึงหัวใจเราไปได้
นี่เป็นหนัง 8 ตอน ครึ่งซีรีส์แรก แน่นกระชับมาก ครึ่งหลังเริ่มแผ่วลงบ้าง แต่โดยรวม The Kominsky Method เป็นหนังสั้นที่งดงาม ขำ แต่ก็เศร้า ตลกแต่ก็แฝงความหมายของชีวิต

วีรบุรุษเหนือแสง ปี7 เรื่องราวต่อเนื่องจากการรวมพลังฮีโร่ครอสโอเวอร์ ในเหตุการณ์ Crisis on Infinite Earths หลังขุมพลังสปีดฟอร์สได้ตายลง ทำให้เหล่ามนุษย์พลังความเร็วทั้งหลายได้รับพลังเพียงเท่าที่เหลืออยู่และจะไม่เพิ่มขึ้น และถ้าพลังความเร็วหมดลงพวกเขาจะต้องตาย แบรี่ อัลเลน (แกรนต์ กัสติน) ได้เหลือพลังสปีดเพียง 1% เท่านั้น ทำให้พวกเขาต้องหาทางกู้พลังที่เคยมีกลับมา เพื่อปราบเหล่าร้ายให้ได้อีกครั้ง

เพื่อปกป้องครอบครัวและเพื่อน โอลิเวอร์ ควีน ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจในฐานะ กรีน แอโรว์ หลังจากนี้เขาจะต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองในคุก ที่มีบรรดาเหล่าวายร้ายที่เขาจับยัดเข้าสู่ตารางแห่งนี้ ในขณะที่โลกภายนอกก็มีฮีโร่ลึกลับปรากฎตัวขึ้น โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นใครและมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่ ในขณะที่ดิแอชที่ได้หายตัวไปแล้วห้าเดือนไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน Arrow Season 7
6.The Good Doctor แพทย์อัจฉริยะ คุณหมอฟ้าประทาน

ชอน เมอร์ฟีย์ ศัลยแพทย์หนุ่มออทิสติกและเป็นซาวองต์ซินโดรม ย้ายจากชีวิตเงียบสงบในชนบท ไปอยู่ในแผนกกุมารศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่ง
ตอน 1 – สวัสดี ชอนเสนอการรักษาให้คนไข้ไร้บ้านคนหนึ่ง ทำให้เขากับจาเรดโดนแอนดริวส์ตำหนิอย่างรุนแรง แคลร์พยายามที่จะทำให้เมเลนเดซเลิกลังเลที่จะทำการผ่าตัดหัวใจที่เสี่ยงเคสหนึ่ง ส่วนกลาสแมนเผชิญกับการตัดสินใจอันยากลำบากเกี่ยวกับสุขภาพของเขา
ตอน 2 – จุดกึ่งกลาง ขณะที่ชอนดึงดันกับเมเลนเดซที่จะรักษาภารโรงโรงพยาบาลที่ป่วยหนัก ลิมก็เสี่ยงเป็นคดีความเพราะรักษาเด็กสาวจากพิธีสุหนัดของเธอ ส่วนกลาสแมนเริ่มเฝ้าสังเกตเพื่อเลือกหมอที่จะผ่าตัดสมองของเขา
ตอน 3 – 36 ชั่วโมง ระหว่างเผชิญหน้ากับแอนดริวส์เรื่องตารางงานสุดโหดของแพทย์ประจำบ้าน แคลร์ได้จับมือกับเมเลนเดซดูแลคนไข้ภาวะมีบุตรยาก ส่วนชอนก็สาบานว่าจะอยู่ข้าง ๆ กลาสแมนตอนที่เขาอาการดีขึ้นจากการผ่าตัดสมอง
ตอน 4 – นกกระจิบจอมแกร่ง ชอนระลึกถึงอดีตของตัวเอง เพื่อช่วยวัยรุ่นที่พิการทางสติปัญญาให้เผชิญหน้ากับการแยกกับแม่ของเขา ในขณะที่แคลร์นั้นต้องอยู่ระหว่างนักปีนเขาวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บกับพ่อแม่ที่เป็นห่วงเธอนั้น อาการประสาทหลอนหลังผ่าตัดของกลาสแมน ก็บังคับให้เขาต้องเจอกับโศกนาฏกรรมของตัวเขาเอง
ตอน 5 – แคร์รอต คนไข้รายหนึ่งขอให้ชอนและปาร์คเก็บเรื่องการผ่าตัดลดน้ำหนักก่อนหน้านี้ไว้เป็นความลับจากสามีของเขา ส่วนแคลร์และเมเลนเดซเห็นต่างกันเรื่องวิธีผ่าตัดหญิงที่เป็นโรคกลัวอ้วนที่จำเป็นต้องผ่าตัดหัวใจ
ตอน 6 – สองทบ (หรือไม่ใช่สองทบ ชอนและมอร์แกนขัดแย้งกันเรื่องความรุนแรงของภาวะนิ้วติดเชื้ออักเสบของนักไวโอลินคอนเสิร์ต ส่วนแคลร์ผูกมิตรกับคนไข้วัยรุ่นที่พ่อแม่ของเธอเชื่อว่าเธอเป็นทุกข์จากความเครียดที่พวกเขาหย่ากัน
7.Tempted The Great Tempter (2018) เกมรักกลลวง

พระเอกของเรื่องเป็นหนุ่มไฮโซมากรัก พนันกับเพื่อนเพียงเพื่อจะหลอกล่อหัวใจของสาวเด็กดี นั่นก็คือน่างเอกค่ะ ให้มาติดกัปดัก เพื่อพิสูจน์ว่าความรักมันไร้สาระ แต่กลับกลายเป็นตัวพระเอกเองที่ได้เจอรักแท้จากการท้าทายครั้งนี้ เนื้อเรื่องชวนให้น่าดูมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องคล้าย ๆ กับเรื่อง After เลยค่ะ เพราะบุคลิกของพระเอกจะออกแนวแบด ๆ ค่ะ ดูแรก ๆ จะไม่ค่อยหล่อนะแต่พอดูไปเรื่อย ๆ มีเสน่ห์มาก แอบเท่ห์ด้วยค่ะ ส่วนนางเอกก็ออกแนวฉลาดเรียนเก่ง ทันคนด้วยค่ะ น่ารักสดใสมากด้วย
ส่วนตัวเรื่องนี้มีดราม่านิดหน่อยค่ะ แต่ส่วนมากจะดราม่าทางพระเอกมากกว่า คือพระเอกร้องไห้บ่อยมากค่ะถึงกับสงสารเลยทีเดียวจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวค่ะ และที่ขาดไม่ได้ของเรื่องนี้ค่ะคือปมต่าง ๆ หยอดปมเก่งมากค่ะคือทุกตัวละครมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันหมดเลยค่ะทำให้เราได้ลุ้นทุกตอนเลย แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เครียดตลอดทั้งเรื่องนะจะมีฉากที่นางเอกพระเอกอยู่ด้วยกันจากที่พระเอกดูเป็นคนแบด ๆ แต่พออยู่กับนางเอกคือน่ารักมากค่ะทำให้เรื่องนี้ฟินมาก ๆ เลยค่ะ และฉากแรก ๆ เราชอบความสัมพันธ์ของกลุ่มพระเอกมากเลยค่ะดูเป็นเพื่อนที่รักกันคอยช่วยเหลือปัญหากันและกันดูน่ารักดีค่ะ
8Heart Surgeons (2018) ฝ่าวิกฤตทีมแพทย์หัวใจ

Heart Surgeons ฝ่าวิกฤตทีมแพทย์หัวใจ เป็นเรื่องราวของ พัคแทซู แพทย์หนุ่มประจำวอร์ดศัลยแพทย์โรคทรวงอก มา 4 ปี เพื่อหวังที่จะให้แม่ของเขาเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ ขณะที่ ชเวซอกฮัน เป็นศัลยแพทย์โรคทรวงอกที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลเพราะทักษะการผ่าตัดของเขา แม้ว่าเขาจะเคยได้รับการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เพราะไม่ได้เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ กับผู้หญิงลึกลับอีกคนหนึ่ง ที่เคยเฉียดตายเพราะการผ่าตัดทรวงอก พวกเขาทั้ง 3 คนได้มาพัวพันในวังวนแห่งโลกทางการแพทย์ครั้งนี้
สำหรับซีรีส์เรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับ “โจยองกวัง” จากซีรีส์ดัง 49 Days และ Racket Boys จากบทละครของ 2 นักเขียน “ชเวซูจิน” กับ “ชเวชางฮวัน” จากซีรีส์ Defendant มาร่วมสนุกและลุ้นระทึกไปแพทย์ทีมนี้ คุณสามารถชมซีรีส์ Heart Surgeons ฝ่าวิกฤตทีมแพทย์หัวใจ ทั้งในรูปแบบซับไทยและพากย์ไทยครบทุกตอนได้แล้ววันนี้ที่ทรูไอดี
9 Miss Hammurabi (2018) ยอดทีมตุลาการ

Miss Hammurabi คนที่ต้องแบกเรื่องก็ต้องเป็นพัคชาโอรึมของโกอารา และถ้าว่ากันด้วยความเป็นธรรมโกอาราก็ทำได้ดีพอที่จะเป็นคนพาเรื่องไปแม้จะยังมีฟีลแบ๊วๆให้น่ารำคาญอยู่ตามสไตล์แต่ก็คือว่าน้อยกว่าเรื่องอื่นๆทำให้พอมองข้ามได้ ที่สำคัญการแสดงอารมณ์ดราม่าผ่านดวงตากลมโตที่เป็นจุดเด่นของเธอก็สอบผ่านแม้ว่าบางครั้งดวงตาคู่นั้นทำให้โฟกัสสายตาคนดูจนมองข้ามการแสดงสีหน้าไปก็ตาม ส่วนพระเอกเอลนั้นยอมรับว่าเรื่องนี้มาเพื่อโดนข่มตลอดเรื่องเพราะการแสดงยังไม่ลงตัวและดูแข็งขืนไปนิดกระทั่งบางครั้งก็เหมือนตั้งใจเกินไปหน่อย แต่ที่ได้ใจที่สุดต้องยกให้ลุงซองดงอิลที่อาจเหมือนสลัดบุคลิกแบบเดิมของลุงไม่ได้ แต่ที่น่าประหลาดใจคือลุงแสดงเรื่องไหนก็มักจะเป็นแบบนี้แต่ยังทำให้คนดูเชื่อได้ว่าลุงคือตัวละครนั้นๆได้ไม่เชื่อลองหลับตานึกดู เพราะการแสดงที่เป็นธรรมชาติของลุงที่เล่นเรื่องไหนขโมยซีนได้ทุกเรื่องและเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น
สารภาพว่าผู้เขียนดูเรื่องนี้พร้อมความคาดหวังว่าจะเป็นแนว John Grisham คาดหวังว่าจะได้ดูการต่อสู้ฟาดฟันกันในศาลและการค้นหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์คดีอย่างสุดมันส์เช่นเดียวกับ A Time To Kill (1996) หรือ The Rainmaker (1997) แต่สิ่งที่ได้คือการตั้งคำถาม การต่อสู้กับระบบ สิทธิสตรีและภาวะจิตใจข้างในที่รอการเปลี่ยนแปลงของเหล่าผู้พิพากษาที่มาพร้อมกับคดีที่กระทบทั้งเรื่องฐานรากและโครงสร้าง ทำให้แม้จะไม่ได้ดังใจหวังแต่ก็พบกับความคมคายที่เรื่องเสนอด้วยบทที่ไม่มีหลุดออกนอกทางแม้จะมีช่วงกลางที่เหมือนไม่มีอะไรให้เล่าเลยเนือยเอื่อย แต่โดยรวมแล้วยังเป็นงานชั้นดีที่ดูแล้วยังไงก็ต้องดูให้จบเพราะได้คิดตามว่า ความจริงตัวบทกฎหมายคือตัวอักษรที่เป็นของตาย แต่คนที่เอาไปใช้และตีความหมายของตัวอักษรนั้นยังเป็นมนุษย์เหมือนกับในเรื่องบอกไว้เสมอว่า ทุกการตัดสินในทุกคดีจะมีผลต่อชีวิตคนอย่างน้อยหนึ่งคนไปตลอดกาล
ทุกสิ่งที่เป็นทำให้แม้อาจไม่ใช่งานระดับสมบูรณ์แบบแต่ก็ประทับไว้ในความทรงจำ
10 Something In The Rain (2018) สื่อในสายฝน

ยุนจินอา (ซนเยจิน) หญิงสาววัยสามสิบตอนกลางผู้กำลังมีปัญหากับแฟน จนถึงขั้นเลิกรากันแบบจบไม่สวยเพราะสันดานห่วยแตกของฝ่ายชาย พร้อมกันนั้นการเข้ามาของชายหนุ่มรุ่นน้องหน้าใสนามซอจุนฮี (จองแฮอิน) ที่เรื่องไม่ได้หลบเร้นอะไรว่าเขามาเพื่อเยียวยาหัวใจที่แตกร้าวของจินอา แต่เรื่องมันซับซ้อนตรงที่ว่าจุนฮีคือน้องชายของเพื่อนสนิท อีกทั้งจุนฮีก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องชายตัวเอง และสองพี่น้องคู่นั้นก็สนิทและผูกพันกับครอบครัวจินอาเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่…ถ้าจุนฮีมีอะไรในสายตาตัวจินอาเองก็ก็ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่ว่านำพาอาการขัดขืนเสียงเพรียกของหัวใจ ทว่าที่น่าเศร้าคือเสียงของหัวใจมักจะดังกว่าเหตุผลเสมอ เมื่อคนสองคนใจตรงกันทุกอย่างก็พังทลาย
ในขณะเดียวกันตัวจินอาเองต้องเผชิญกับการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานของผู้ชายระดับผู้บริหาร และเธอจำต้องสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองไปพร้อมๆกับประคับประคองความรักของเธอและจุนฮีให้ผ่านความคร่ำครึและคับแคบของแม่จินอา กระทั่งในที่สุดปัจจัยหลายๆอย่างก็บีบให้คนสองคนต้องเลิกรากันไปมีทางของตน แต่ความรักที่ลึกซึ้งไม่อาจเลือนหายไปกับเวลา เมื่อใจของคนสองคนยังมีกันและกันเสียงของหัวใจก็จะกระซิบบอกให้กลับมาเจอกันได้ในที่สุด ผ่านการเล่าเรื่องที่แสนโรแมนติกมีประเด็นทางสังคมที่คมคาย บนฉากหน้าความโรแมนติกแบบจัดเต็มมีพื้นที่ให้ประเด็นทางสังคมและครอบครัวแทรกมาอย่างลงตัว แม้บางเรื่องจะดูหาทางลงง่ายไปบ้างทั้งที่ปูมาอย่างเข้มก็ตาม
อย่างที่เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าด้วยวัยและสถานะของผู้เขียนจะไม่ค่อยอินกับความโมแมนติกหวานซึ้งจัดๆแล้ว ทำให้การดูงานชิ้นนี้ของผู้กำกับแอนพันซอกรู้สึกว่ามันลงตัวน้อยกว่างานหลังจากนี้คือ One Spring Night ในด้านความลงตัวและความกลมกล่อม ด้วยความที่เรื่องนี้เน้นความโรแมนติกด้านความรักของคู่พระนางจัดเต็ม ซึ่งมันก็ได้ผลดีเพราะในแต่ละตอนจะมีความโรแมนติกให้สัมผัสในทุกๆตอนทำให้ออกรสหวาน ในขณะที่ส่วนผสมที่จะทำให้กลมกล่อมคือเรื่องที่ซ้อนข้างหลังนั้นไม่หลากหลาย ซึ่งผู้เขียนเห็นเพียงสามประเด็น คือเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานและสิทธิสตรี การตีแสกหน้าสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ไร้ความเคารพเพศตรงข้าม และประเด็นของการปะทะกันระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่ ความคร่ำครึกับความคิดนอกกรอบ